7MTH.COM
อยู่ที่: หน้าแรก >

10 ปัจจัยชี้เป็นชี้ตาย กลุ่ม ดี

24/06/2014 ขอบคุณ siamsport

10 ปัจจัยชี้เป็นชี้ตาย กลุ่ม ดี

ผ่านไปแล้ว 2 นัดสำหรับ ฟุตบอลโลก 2014 กลุ่ม ดี โดยมี 1 ชาติที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ไปเรียบร้อยแล้ว

 อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทั้ง อุรุกวัย, อิตาลี หรือ อังกฤษ อย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดฉากทัวร์นาเมนต์ แต่กลับเป็น คอสตาริกา ทีมที่ถูกมองว่าเป็นเพียงไม้ประดับ ทำผลงานช็อกวงการด้วยการตบทั้ง "จอมโหด" และ "อัซซูรี่" ด้วยความสามารถอย่างไร้ข้อกังขา ส่วน "สิงโตคำราม" กระเด็นตกรอบก่อนใครหลังปราชัย 2 เกมรวด ส่วนอีก 2 ทีมที่เหลือต้องไปตัดสินชะตากันเองในนัดสุดท้าย
 
 สำหรับความยอด เยี่ยมของพลพรรค "กล้วยหอม" ในการแทรกตัวผ่านสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ เบน สมิธ ผู้สื่อข่าวของ บีบีซี สปอร์ต แสดงทัศนะไว้ว่า :
 
 "(ฮอร์เก้ หลุยส์ ปินโต้) จำลองตัวเองเป็นเหมือน โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเชลซี ที่สร้างรากฐานของทีมด้วยแนวรับที่แข็งแกร่งบวกกับแนวรุกที่คล่องในการสวน กลับแบบฉับพลัน ไบรอัน รูอิซ นำเสนอไหวพริบปฏิภาณในการเดินเกมรุก ส่วน โจเอล แคมป์เบลล์ เด่นทั้งพละกำลังและความเร็ว"
 
 นี่คือ 10 ปัจจัย ที่จะตัดสินว่า กลุ่ม ดี จะรูดม่านปิดฉากออกมาแบบไหนในนัดสุดท้าย

 1. บทเรียนจาก อุรุกวัย และ อิตาลี

 อุรุกวัย ดูจะเริ่มเกมได้ช้าเหลือเกินในการดวลกับ คอสตาริกา แถมดูไม่ค่อยมีจินตนาการในการสร้างเกมรุกเลย นอกจากนี้ ดูเหมือนว่า "จอมโหด" ของ ออสการ์ ตาบาเรซ จะประมาทคู่แข่งเสียด้วยซ้ำ

 อิตาลี ของ เซซาเร่ ปรันเดลลี่ น่าจะได้รับบทเรียนจาก อุรุกวัย ในการเร่งจังหวะเกมให้เร็วขึ้นในการดวลกับ "กล้วยหอม" แต่พวกเขากลับทำไม่ได้เอง และลงเอยด้วยการปราชัยแบบ "จอมโหด" ในท้ายที่สุด

 แล้ว อังกฤษ จะได้รับบทเรียนหรือไม่? พวกเขาจะนำความผิดพลาดของ 2 ยักษ์ร่วมกลุ่มอย่าง อุรุกวัย และ อิตาลี มาปรับใช้ในเกมสุดท้ายเพื่อปิดฉากการตะลุยเมืองกาแฟอย่างสวยงามได้หรือไม่?

 2. กลับบ้านอย่างสมศักดิ์ศรี

 ด้วย ความปราชัย 2 นัดรวดในการดวลกับ อิตาลี และ อุรุกวัย ทำให้ อังกฤษ ไม่มีทางเลือกนอกจากคว้าชัยเหนือ คอสตาริกา ที่การันตีตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์ เพื่อเป็นการปิดฉากอย่างสมศักดิ์ศรีของพวกเขา

 มันอาจจะเป็นเหตุผล ให้พลพรรค "สิงโตคำราม" ทำผลงานได้ดีกว่าเดิมเนื่องจากลงสนามแบบไร้ความกดดันอีกต่อไป หรืออาจจะเลวร้ายเข้าไปอีกถ้าเกิดว่าพวกเขาต่างเก็บงำความผิดหวังตลอด 2 นัดที่ผ่านมาไว้ในใจ

 แล้ว คอสตาริกา ล่ะ? แผนการของ อังกฤษ จะเข้าทางพวกเขาหรือเปล่า? ถ้าขุนพล "กล้วยหอม" ไม่เจอกับทีมที่เดินหน้าบุกเข้าใส่แล้วเปิดโอกาสให้พวกเขาใช้ความเร็วอันจัด จ้านในเกมสวนกลับเร็วล่ะ?

 3. แชมป์กลุ่มหรือแค่เข้ารอบ?

 บาง ทีคำถามอาจไม่ใช่ว่า อังกฤษ จะหวังคว้าชัยส่งท้ายการมาเยือน บราซิล หรือไม่ มันน่าจะเป็นประเด็นที่ว่า คอสตาริกา ต้องการคว้าแชมป์กลุ่มหรือเปล่ามากกว่า ถ้ามันเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็จะสามารถหลีกเลี่ยงงานยากในการเจอกับ โคลอมเบีย ที่น่าจะเป็นแชมป์กลุ่ม ซี

 ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟต้องการอย่างน้อย 1 แต้มในการการันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่ม ดี หลังจากสร้างปรากฏการณ์ด้วยการเอาชนะ อุรุกวัย และ อิตาลี ดังนั้น การเน้นตั้งรับรอการจู่โจมจาก "สิงโตคำราม" จะเข้าทางทั้งแท็กติกและจุดแข็งของแข้ง "กล้วยหอม"

 ความทุ่มเทในการเดินเกมรุกในจังหวะสวนกลับเร็วจะเป็นตัวชี้วัดว่า คอสตาริกา จะปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มด้วยตำแหน่งแชมป์หรือรองแชมป์กลุ่ม

 4. การอำลาทัพ "สิงโตคำราม"

 รอย ฮ็อดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ยังเหลือภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ แม้ว่าจะไม่มีเป้าหมายให้บรรลุแล้ว โดยเจ้าตัวอาจให้เกมกับ คอสตาริกา เป็นการอำลาทัพ "ทรี ไลออนส์" ของมิดฟิลด์ตัวเก๋าอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เตรียมยุติการรับใช้ชาติหลังสิ้นสุดฟุตบอลโลกหนนี้

 สตีเว่น เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์กัปตันทีม อาจตัดสินใจประกาศแขวนเกือกในระดับทีมชาติตามไปด้วย ขณะที่สมาชิกคนอื่นๆอาจหมดอนาคตในทัพ "สิงโตคำราม" ในอนาคต แม้ว่าจะไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นก็ตาม

 แลมพาร์ด และ เจอร์ราร์ด อาจใส่สุดตัวเพื่อทำผลงานจารึกไว้ในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย หรือไม่ก็แสดงให้เห็นว่าทำไม อังกฤษ ถึงทำตัวน่าผิดหวังตลอดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายและปล่อยให้ คอสตาริกา บุกเข้าใส่พวกเขาอย่างสนุกสนาน

 5. คู่หูพระกาฬของ "จอมโหด"

 อุรุกวัย กับ อิตาลี ต้องมาดวลกันเองในนัดสุดท้าย โดยมีเป้าหมายคือการตีตั๋วสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

 หลุยส์ ซัวเรซ และ เอดินสัน คาวานี่ ต่างใส่ชื่อตัวเองบนสกอร์บอร์ดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้แล้ว โดยรายแรกซัดจุดโทษขึ้นนำในเกมแพ้ คอสตาริกา 1-3 ส่วน ดาวยิงจาก ลิเวอร์พูล เหมาคนเดียว 2 เม็ดในเกมเชือด อังกฤษ 2-1

 การประสานงานของทั้งคู่ และการปั้นเกมรุกป้อนพวกเขาจะมีส่วนอย่างยิ่งต่อการตัดสินความเป็นไปได้ของ อุรุกวัย ในการเอาชนะ อิตาลี โดย ออสการ์ ตาบาเรซ กล่าวถึงอิทธิพลของ คาวานี่ ในเกมกับ อังกฤษ ว่า :

 "เราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม และ คาวานี่ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง (สตีเว่น) เจอร์ราร์ด ไม่สามารถเล่นตามเกมของตัวเองได้เพราะว่า คาวานี่ เป็นคนหยุดยั้งเขา พวกเขาเลยเจองานยากกว่าปกติในวันนี้ ผมคิดว่ามันเป็นจุดสำคัญของเกมนี้เลย อังกฤษ เป็นทีมที่มหัศจรรย์และเป็นคู่แข่งที่อันตราย มันเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงยินอย่างยิ่งที่เป็นผู้ชนะ"

 6. ความเฉียบขาดของ "ซูเปอร์มาริโอ"

 แท็กติกในแนวรุกของ อิตาลี ตลอดทั้ง 2 เกมที่ผ่านมาคือการวาง มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าจาก เอซี มิลาน ประจำการในฐานะหอกเดี่ยว

 แม้ มีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งในเกมกับ อังกฤษ แต่ บาโลเตลลี่ แปรเปลี่ยนมันเป็นประตูชัย 2-1 ด้วยลูกโหม่งอันเด็ดขาด แต่ในเกมกับ คอสตาริกา "ซูเปอร์มาริโอ" กลับพลาดโอกาสทองในจังหวะกรดกข้ามหัว เคย์ลอร์ นาวาส

 แล้ว มาริโอ จะได้ลั่นไกหรือปืนฝืดในเกมตัดสินชะตาของทัพ "อัซซูรี่"?

 7. ปรับแผงแนวรับ

 อุรุกวัย จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแนวรับในเกมกับ อิตาลี

 มัก ซิมิเลียโน่ เปเรยร่า แบ็กขวาตัวจริง โดนไล่ออกในเกมแรกจนติดโทษแบนไม่ได้เล่นในเกมกับ อังกฤษ ขณะที่ ดีเอโก้ ลูกาโน่ เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม ได้รับบาดเจ็บระหว่างซ้อมและเรียกความฟิตไม่ทัน

 อย่างไรก็ดี โฮเซ่ คิเมเนซ โชว์ฟอร์มเยี่ยมในการเสียบแทน ลูกาโน่ ในตำแหน่งปราการหลัง แล้ว ออสการ์ ตาบาเรซ จะเลือกแนวรับชุดล่าสุดอันประกอบด้วย มาร์ติน กาเซเรส, ดีเอโก้ โกดิน, คิเมเนซ และ อัลวาโร่ เปเรยร่า หรือกลับไปใช้แผงหลังจากเกมพ่าย คอสตาริกา 1-3?

 8. อัซซูรี่...แผนไหนดี?

 อิตาลี พบกับ 2 เกมที่ให้อารมณ์แตกต่างอย่างสิ้นเชิง : นิ่งและควบคุมเกม, แสดงความสามารถในเชิงเทคนิคและเล่นอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ในเกมกับ อังกฤษ และ ช้า, ไร้ความมุ่งมั่น และ จับทางได้ง่ายในเกมกับ คอสตาริกา

 แล้ว "อัซซูรี่" พบกับชัยชนะและความปราชัยตามลำดับ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้วสำหรับการทำผลงานได้แบบนั้น

 อิตาลี มีความสามารถและเหล่านักเตะที่พร้อมจะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง รวมถึงคว้าชัยนัดที่ 2 ถ้าเกิดว่าระเบิดฟอร์มเก่งได้ แต่จะได้หรือไม่? ฟอร์มการเล่นไม่ใช่สิ่งที่สามารถเปิดหรือปิดได้ตามใจชอบ และพวกเขาต้องเริ่มเล่นเกมของตัวเองให้เร็วขึ้นกว่าเดิมในเกมกับ อุรุกวัย

 9. ปรับทัพปรับเกม

 ใครมีตัวเลือกที่ดีกว่ากันบนม้านั่งสำรอง? หากให้พูดกันตามตรงแล้ว ยังไงก็ต้องบอกว่า อิตาลี

 ผู้ เล่นอย่าง อเลสซิโอ แชร์ชี่, ชิโร อิมโมบิเล่ และ อันโตนิโอ คาสซาโน่ ต่างได้โอกาสลงมาสัมผัสเกมในฟุตบอลโลกครั้งนี้กันหมดแล้ว แต่ก็เป็นการเปลี่ยนตัวแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง แนวรับของ อิตาลี สามารถปรับมาเล่นระบบ 3 เซนเตอร์แบ็ก แต่ในแนวรุก ยังไม่เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางแท็กติกได้เลย

 อุรุกวัย ให้โอกาส นิโคลัส โลเดยโร่ และ คริสเตียน สตูอานี่ วาดลวดลาย ทำให้ ออสการ์ ตาบาเรซ สามารถปรับแท็กติกจาก 4-4-2 เป็น 4-4-2 แบบเหลี่ยมเพชรหรือจัดแนวรับใหม่เป็นแผงหลัง 3 คนได้อย่างไม่มีปัญหา

 10. อุรุกวัย หวัง 3 แต้ม - อิตาลี หวังเสมอ

 บาง ที ประเด็นที่สำคัญที่สุดในเกมระหว่าง อุรุกวัย กับ อิตาลี คือฝ่ายแรกไม่สามารถปล่อยให้ฝ่ายหลังคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด เนื่องจากว่าพลพรรค "จอมโหด" ต้องการคว้าชัยชนะเท่านั้นหากคิดจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

 จากการที่เป็นรอง อิตาลี เรื่องผลต่างประตูได้เสีย ทำให้การเก็บได้แค่ผลเสมอจะส่ง อุรุกวัย กลับบ้านตั้งแต่รอบแรกเลย

 อิตาลี สามารถรอดูแผนการเล่นของ อุรุกวัย ก่อนแล้วค่อยปรับเปลี่ยนแท็กติกของตัวเองระหว่างเกม และถ้าพวกเขาได้ประตูขึ้นนำเร็ว เชื่อเลยว่าจะเป็นงานช้างกว่าเดิมสำหรับ อุรุกวัย ในการตามยิงคืน

 อย่างไรก็ดี อย่าได้คิดว่ามันเป็นไปได้ เพราะฟุตบอลโลกหนนี้การพลิกกลับมาคว้าชัยชนะเป็นเรื่องปกติ
ข่าวฮอต
  ไม่ฝืน! ฟีร์มิโนเจ็บถอนทัพแซมบ้าชุดคัดบอลโลก

ไม่ฝืน! ฟีร์มิโนเจ็บถอนทัพแซมบ้าชุดคัดบอลโลก

แนวรุกบราซิเลียนของหงส์แดง ตัดสินใ...
  • ตารางคะแนน
  • ดาวซัลโว
    • A
    • B
    • C
    • D
    • E
    • F
    • G
    • H
  • เรียงลำดับ นักฟุตบอล ทีม ประตูรวม(จุดโทษ)
เมือง&สนาม
ชิงอันดับฟุตบอลโลกที่ผ่านมา
  • ปี
  • ชนะเสิศ
  • รองชนะเสิศ
  • อันดับ 3